การจัดฟัน
ในเด็ก

ทพญ.จรินทร โคธีรานุรักษ์

เพราะสุขภาพฟันของเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
ที่มองข้ามได้ เนื่องจากฟันชุดแรกของลูก
คือสิ่งสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพ บุคลิกที่ดี
รวมถึงการเรียนรู้ภาษา และพัฒนาการในอนาคต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องใส่ใจดูแลสุขภาพฟันให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก และแก้ไขความผิดปกติด้วยการจัดฟันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดปัญหาต่างๆ
ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักได้ในอนาคต

ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเด็กและการจัดฟัน
จากคลินิกทันตกรรม Smile Gallery

ทพญ.จรินทร โคธีรานุรักษ์

  • D.D.S. Chulalongkorn University
  • Master of Science in Pediatric Dentistry ,Chulalongkorn University
  • Orthodontic Fellowship Program, Case Western Reserve University, Ohio, USA
  • Master of Science in Orthodontic, Case Western Reserve University, Ohio, USA
  • Fellowship in Craniofacial, Surgical and Special Care Orthodontics, Case Western Reserve University Cleveland, Ohio, USA
  • Diplomate of the American Board of Orthodontics, USA

ปัญหาฟันในเด็ก

ฟันซ้อนเกในเด็กเกิดจากอะไร

     พันธุกรรม ขนาดฟันใหญ่กว่าปกติ ฟันเกินโครงสร้างขากรรไกรไม่สมดุล เป็นลักษณะที่เป็นผลมาจากพันธุกรรมไม่สามารถป้องกันได้
พฤติกรรม เช่น

  • การดูดนิ้ว ในเด็กเล็กไม่สร้างปัญหาใดๆแต่หากติดนิสัยดูดนิ้วจนอายุ 4-5 ปี อาจส่งผล ต่อการเรียงตัวของฟัน รวมถึงโครงสร้างของกระดูกขากรรไกร
  • การสูญเสียฟันน้ำนมก่อนเวลาเนื่องจาก ฟันผุหรือสาเหตุอื่น สามารถทำให้ฟันข้างเคียง ขยับล้มเข้าสู่ช่องว่าง ไม่มีช่องว่างสำหรับฟันแท้ ที่จะขึ้นตามมา ทำให้เกิดฟันซ้อนเกในอนาคต
  • โรคเรื้อรัง หู คอ จมูก บางโรค หรือ การหายใจทางปาก อาจส่งผลต่อการเติบโตของขากรรไกร และเป็นสาเหตุของฟันซ้อนเก

     ควรพาลูกไปหาหมอฟันเด็กหรือหมอจัดฟัน เมื่อพบปัญหาหรือความสงสัยในการเรียงตัวของฟันรวมถึงโครงสร้างกระดูกขากรรไกร เด็กทุกคนควรได้รับการตรวจประเมินความจำเป็นในการจัดฟัน แต่ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะต้องได้รับการรักษาด้วยการจัดฟันตั้งแต่เด็ก ปัญหาบางอย่างหากได้รับการแก้ไขตั้งแต่วัยเด็ก จะได้ผลการรักษาที่ดีกว่าการรอจนเข้าสู่วัยรุ่นแล้วค่อยรักษา ในขณะเดียวกันบางปัญหาที่พบในวัยเด็กอาจจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองเมื่อเด็กเจริญเติบโตขึ้น

     ซึ่งกรณีหลังคุณหมอจะแนะนำให้ติดตามอาการเพื่อพิจารณาความจำเป็นในการรักษาต่อไป หากลูกมีอาการเหล่านี้

ฟันห่าง
(Excessive Spacing)

ลักษณที่มีช่องว่างระหว่างฟันมากกว่าปกติ (โดยทั่วไปสามารถพบฟันหน้าบนห่างได้ในช่วงแรกของฟันชุดผสม)

ฟันซ้อนเก
(Crowding)

ลักษณะที่ฟันมีการเรียงตัวซ้อนกัน
ไม่เรียงตัวปกติตามแนวโค้งของขากรรไกร

ฟันสบเปิด
(Open Bite)

ลักษณะที่ฟันหน้าบนและล่างเปิดห่างจากกันขณะสบฟัน

ฟันสบลึก
(Overbite ( Deep Bite )

ลักษณะที่ฟันหน้าล่างสบติดกับบริเวณเกือบถึงคอฟันด้านในของฟันบน หรือโดนกับเหงือกของฟันบน

ฟันสบไขว้(ฟันหน้า)
Crossbite ( Front Teeth )

ลักษณะของฟันหน้าด้านล่างเกยฟันบนออกมา และยื่นไปด้านหน้า

ฟันสบไขว้(ฟันหลัง)
Crossbite ( Back Teeth )

ลักษณะของฟันหลังที่มีการสบไขว้ร่วมกับความผิดปกติของขากรรไกร โดยอาจเกิดบริเวณฟันเขี้ยว

ฟันล่างคร่อมฟันบน
(Underbite)

หรือภาวะคางยื่น เป็นลักษณะที่ฟันล่งเกยฝันบนออกมา ความรุนแรงจะมีตั้งแต่ฟันล่างยื่นเล็กน้อยโดยที่ฟันล่างและฟันบนเกือบสบกันพอดี ไปจนถึงการที่ฟันล่างยื่นออกมามากจนฟันล่างกับฟันบนไม่สบกันเลย

ฟันยื่น/เหยิน
(Overjet)

ลักษณะที่ฟันหน้าด้านบนยื่นออกจากปากหรือครอบปิดฟันหน้าด้านล่าง

ฟันเกิน
(Abnormal Eruption)

ลักษณะความผิดปกติของฟัน โดยมีจำนวนฟันเพิ่มขึ้นจากฟันปกติ
ฟันเกินอาจสามารถเห็นได้ในช่องปากหรือตรวจพบในภาพถ่ายรังสี

การจัดฟันเด็กจำเป็นหรือไม่ ?

       คำตอบคือบางกรณีก็ไม่จำเป็น แต่ในบางกรณีก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับการรักษาตั้งแต่ยังเด็ก โดยทันตแพทย์จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา

  1. การจัดฟันเพื่อลดความรุนแรงของปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเช่นกรณีของเด็กที่มีฟันสบคร่อมผิดปกติเด็กอาจมีการเยื้องขากรรไกรเพื่อไม่ให้ฟันชนกัน รวมไปถึงเพื่อการบดเคี้ยวที่สะดวก ซึ่งมีผลให้ขากรรไกรยื่นออกมาผิดรูปหรือหน้าเบี้ยวได้
  2. การจัดฟันเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเช่นกรณีของเด็กที่มีฟันหน้าบนยื่นมาก เมื่อเด็กล้ม ชน หรือกระแทกสิ่งต่างๆ มีโอกาสทำให้ฟันหน้าแตกหักหรือเป็นอันตรายมากขึ้น
  3. กรณีสุดท้ายที่ทันตแพทย์จะพิจารณาการจัดฟันเด็ก คือกรณีที่เด็กคิดว่าอยากจะจัดฟัน  ไม่ว่าจะเนื่องจากโดนเพื่อนล้อหรือว่ารู้สึกเองว่าต้องจัดฟัน ซึ่งกรณีนี้อาจไม่ได้มีความจำเป็นในทางการแพทย์มากเท่ากับการสร้างรากฐานความมั่นใจที่จะส่งผลต่อบุคลิกและพัฒนาการของเด็กต่อเนื่องไปจนโต
การจัดฟันเด็กจำเป็นหรือไม่
ความเข้าใจผิดเรื่องการจัดฟัน

ความเข้าใจผิดเรื่องการจัดฟัน

  1. รอให้ฟันแท้ขึ้นครบก่อนแล้วค่อยจัดฟันทีเดียว โดยทั่วไปแล้วสามารถรอจนฟันแท้ขึ้นครบทุกซี่ได้ แต่ในกรณีที่เด็กมีฟันสบคร่อมผิดปกติ อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร และทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวได้
  2. ฟินน้ำนมไม่สำคัญรอฟันแท้ขึ้นมาก่อนก็ได้ เป็นความเข้าใจที่ผิดเนื่องจากฟันน้ำนมมีผลต่อลักษณะการขึ้นของฟันแท้เป็นอย่างมาก หากเด็กสูญเสียฝันน้ำนมก่อนวัยอันควร อาจทำให้ฟันแท้ขึ้นผิดที่ผิดทางได้ ทำให้การรักษาในอนาคตมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ประเภทเครื่องมือจัดฟันเด็ก

     เครื่องมือจัดฟันจะแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นเครื่องมือแบบถอดเข้าถอดออกได้และเครื่องมือแบบติดแน่น ซึ่งการเลือกใช้เครื่องมือทันตแพทย์จะพิจารณาจากปัญหาฟันของเด็ก และอีกเครื่องมือที่ใช้บ่อยจะเป็น “เครื่องมือขยายขากรรไกร” เครื่องมือนี้สามารถขยายขากรรไกรออกเพื่อแก้ไขปัญหาฟันสบคร่อมหรือขากรรไกรบนเล็กได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากปล่อยไว้จนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่จะไม่สามารถแก้ไขด้วยการขยายขากรรไกรได้แล้ว ถ้าจะแก้ไขต้องใช้วิธีการที่ยุ่งยากมากขึ้นหรือต้องใช้การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน

ประเภทเครื่องมือจัดฟันเด็ก
หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่และการเตรียมตัว

หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ และ การเตรียมตัว

       เมื่อการจัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการรักษาความผิดปกติของร่างกายและการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับตัวของเด็กเองฟันซ้อนเค ฟันยื่น ฟันเหยิน ปัญหาเหล่านี้อาจดูไม่สำคัญเท่ากับความผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆแต่คุณพ่อคุณแม่รู้หรือไม่ว่าในบางกรณีเรื่องของฟันซี่เล็ก ๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ของเด็กได้ไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเช่น

  1. พัฒนาการการพูด การออกเสียง ยกตัวอย่างการออกเสียง “ฟอฝัน” หรือ “ร”หากตำแหน่งฟันที่ผิดปกติไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ เด็กอาจจะไม่สามารถออกเสียงที่ถูกต้องได้ ไปจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่
  2. พัฒนาการทางร่างกาย ตำแหน่งฟันที่ผิดปกติ เช่น ฟันล่างคร่อมฟันบน อาจส่งผลให้ขากรรไกรไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ทำให้ขากรรไกรเบี้ยว หรือคางยื่นในตอนโตยังไม่นับรวมไปถึงกรณีที่การสบฟันผิดปกติแล้วส่งผลกระทบต่อการบดเคี้ยว อาจทำให้เด็กรู้สึกไม่อยากทานอาหารและส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายได้อีกด้วย
  3. พัฒนาการด้านจิตใจ อาจไม่ได้ส่งผลทางตรงแต่ถ้าเด็กไม่ได้รู้สึกมั่นใจในฟันของตัวเองรู้สึกว่าตัวเองฟันยื่น ฟันห่าง หรือโดนเพื่อนล้อ และคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้แก้ไขปัญหาตรงจุดนั้น อาจส่งผลให้เด็กเติบโตไปเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจ ไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าแสดงออกได้ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มต้นจากการสังเกต หากพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ก็สามารถพาลูกมาพบกับหมอฟันเด็กเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมในการรักษา เพื่อให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ